Hot!

Translate

การสำรวจปางช้างเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง เจ้านครลำปาง ( พ.ศ.๑๙๘๕ - ๒๐๐๐ )

 


 




 


อ.มงคล ถูกนึก
บทความโดย
มงคล ถูกนึก
ฝ่ายวิชาการ เครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่า


     ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เป็นรากเหง้า เป็นตัวตนที่คนรุ่นเก่าก่อนเหลือไว้ให้ แต่ยิ่งนานวันสิ่งที่เหลือก็จางจืด หาประติดต่อขาดตอนกระท่อนกระแท่นตามกาลเวลา มีบุคคล/วีรกรรม ทั้งจริงและในมโนคติอยู่มากหลาย ในที่นี้มีท่านหนึ่ง มีตัวตนจริง เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ล้านนา-อยุธยาอย่างสำคัญ นาม "เจ้าหาญแต่ท้อง" เป็นเจ้าเมือง เป็นจอมทัพ ผู้ยันทัพอยุธยาให้ตรึงอยู่แค่ชายขอบเขต มิอาจให้ใครย่ำล้ำแดนล้านนาเมื่อเกือบ 600 ปีได้ เรื่องราวนับร้อยพันของท่านเล่าขานบันทึกไว้มากมาย และนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งของท่าน ทิ้งไว้ผ่านเวลาให้เราศึกษา "ปางช้างเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง"

ท้าวความ :
     คุณปรีชา ชอบจิต เครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่าได้มาปรารภว่า สายสกุลนับถือผีบรรพบุรุษสายเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง มีพิธีไหว้เป็นประจำทุกปี และมีการสืบทอดความรู้ เรื่องปางช้าง หรือ ม่อนช้าง ( ที่ฝึกช้าง และ ที่เลี้ยงช้างของเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง หรือเจ้าหมื่นแก้วนคร เจ้าผู้ครองนครลำปาง ระหว่าง พ.ศ.1985 - 2000 )

     ปางช้าง หรือ ม่อนช้าง แห่งนี้มีความสำคัญ เพราะ

 1.เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นรูปธรรมของการฝึกช้างเพื่อใช้งานในในด้านต่างๆโดยเฉพาะทางด้านการสงคราม ของเจ้านครลำปาง ซึ่งอาจจะนับตั้งแต่สมัยเจ้าหมื่นลกนครซึ่งเป็นบิดาของเจ้าหมื่นหาญแต่ท้องเป็นต้นมา ทำให้เมืองนครลำปางขึ้นชื่อว่าเป็นขุมกำลังทางทหารที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยล้านนา และด้วยเหตุนี้พระญาติโลกราชจึงต้องอาศัยกำลังทางทหารจากนครลำปางไปปราบปรามผู้คิดร้ายต่อราชบัลลังก์เชียงใหม่ เป็นเหตุให้เจ้าหมื่นลกนครต้องย้ายไปรับตำแหน่งเจ้าหมื่นลกสามล้าน ที่นครเชียงใหม่ เลื่อนเจ้าหาญแต่ท้องขึ้นเป็นเจ้าหมื่นแก้วนครครองนครลำปางแทน และทำนุบำรุงกองทัพช้างซึ่งเป็นกำลังสำคัญของกองทัพเมืองนครสืบต่อมา

2.ด้วยเหตุที่เจ้าหมื่นแก้วหาญแต่ท้อง มีกองช้างที่เข้มแข็ง จึงเป็นกำลังสำคัญในกองทัพของพระญาติโลกราชษัตริย์ล้านนาที่ยิ่งใหญ่ในการศึกสงคราม ตลอดถึงการขยายราชอาณาเขต ทำให้สามารถสะสมโภคทรัพย์จึงทำให้สามารถบูรณะวัดสำคัญของเมืองนคร คือวัดพระธาตุลำปางหลวง และ วัดพระธาตุเสด็จ

3.จากการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันคชบาลแห่งชาติมาร่วมเดินสำรวจ สรุปความเห็นว่า
    - น่าจะเป็นที่ฝึกสอนช้างเพื่อใช้งาน ทั้งการศึก และการค้า
    - เป็นแหล่งฝึกสอนช้างที่มีหลักฐานแสดงอายุยาวนานมากกว่า ๕๐๐ปี(แห่งแรกคือ แม่ฮ่องสอนอายุกว่า ๑๐๐ ปี )
    - ร่องที่อยู่ขนาบคันดินขนาดใหญ่ (กว้าง 8 - 10 เมตร ) ร่องกว้างประมาณ 2 -4 เมตร  อาจจะเป็นร่องสอนช้าง หรือ ร่องสะกัดไม่ให้ช้างหลบหนีข้ามไปได้เพราะร่องลึก แคบ และชัน ช้างกลับตัวลำบาก
    - สถานที่นี้เป็นทั้งที่ฝึกสอนช้าง และเป็นปางช้าง
    - อาจจะมีโป่งเกลือบริเวณที่ลาดด้านทิศตะวันออก (บริเวณที่เล่นฝุ่น)ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสัตว์
    - มีป่าไผ่หลงเหลือเป็นหย่อมๆ และมีทุ่งหญ้าที่เป็นแหล่งอาหารของช้าง

    เมื่่อเห็นความสำคัญ ความเป็นไปได้ และคุณค่างานกันแล้ว จึงได้ดำเนินการศึกษา ค้นคว้า สำรวจพื้นที่จริง เพื่อนำมาประกอบพิจารณาด้านวิชาการต่อไป  ซึ่งข้อมูลการสำรวจปางช้างเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง เจ้านครลำปาง ( พ.ศ.๑๙๘๕ - ๒๐๐๐ ) อาณาเขตบ้านศรีดอนไชย(ห้วยขี้หมู) ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง โดยเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่า ได้ลงพื้นที่สำรวจแล้วนำมมาศึกษา วิคราะห์ ร่วมกับข้อมูลหลักฐานที่ศึกษารวบรวมอยู่ก่อนหน้า ไว้ 4 ครั้ง คือ  ครั้งที่ 1 วันที่ 7 สิงหาคม 2567 , ครั้งที่ 2 วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ครั้งที่ 3 วันที่ 5 มีนาคม 2568 และ  ครั้งที่ 4 วันที่ 16 มีนาคม 2568

ปางช้างเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง หรือ ม่อนช้าง, บ้านศรีดอนไชย, ห้วยขี้หมู  (ร่างโดย อ.มงคล ถูกนึก) 


>> ครั้งที่ 1 วันที่ 7 สิงหาคม 2567 <<
โดย นายมงคล ถูกนึก และ นายปรีชา ชอบจิต ผู้นำทาง




















 


                                                                 

>> ครั้งที่ 2 วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 <<

การสำรวจปางช้างเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง(ม่อนช้าง) บ้านศรีดอนไชย(ห้วยขี้หมู) ต.ต้นธงชัย อ.เมือง  จ.ลำปาง โดยเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่า พร้อมกับตัวแทนหมู่บ้าน และ เทศบาลตำบลต้นธงชัย ดังนี้
1.ผช.ผู้ใหญ่บ้านศรีดอนไชย
2.กรรมการหมู่บ้าน
3.ผู้ใหญ่บ้านศรีดอนไชย
4.พ.อ.สันดุษิต ดีบุกคำ
5.อ.บุญส่ง คูวรกุล
6.คุณปรีชา ชอบจิต
7.อ.มงคล ถูกนึก
8.ตัวแทนเทศบาลตำบลต้นธงชัย
















                                                                       
>> ครั้งที่ 3 วันที่ 5 มีนาคม 2568 <<
เมื่อทีมงานสวนโมกขพลาราม(เคยเป็นทีมงานรายการคนค้นคน) มาช่วยถ่ายทำ พร้อมกับโดรนถ่ายภาพทางอากาศ

































































>> ครั้งที่ 4 วันที่ 16 มีนาคม 2568 <<
พร้อมด้วยตัวแทน และผู้เชี่ยวชาญด้านช้าง และ การเลี้ยงช้างจากศูนย์บริบาลช้าง ลำปาง 
1.น.สพ.ดร.ทวีโชค อิงควานิช
2.ผช.ผู้ใหญ่บ้านศรีดอนไชย 
3.นายสุรัตน์ อินทร์วิเศษ ผอ.สถาบันคชบาลช้างไทยแห่งชาติ
4.นายมงคล ถูกนึก ฝ่ายวิชาการ (คลมก.ลำปาง )
5.นางทยิกา ปาณสารกิจกุล เครือข่ายรักษ์เมืองเก่าลำปาง ( คลมก.ลำปาง )
6.นายเอกรินทร์ ตติยนันตกุล - สถาบันคชบาล
7.ผู้ติดตามนายปรีชา ชอบจิต 
8.นายปรีชา ชอบจิต คลมก.ลำปาง
9.น.สพ.ปรีชา พวงคำ  (อดีตผู้ก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย)
10.ว่าที่ ร.ท.สัมฤทธิ์ แพทย์เพียร ผู้จัดการส่วนการเรียนรู้และประชาสัมพันธ์ สถาบันคชบาลแห่งชาติ (ลำปาง)


  











 








 
Copyright © 2018 ลำปางรักษ์เมืองเก่า (LPOCC). Designed by OddThemes > Developed by mediathailand