Hot!

Translate

53 ปี 14 ตุลา ลำปางรำลึก

 


        วันนี้เมื่อ 53 ปีที่แล้ว (14 ตุลาคม 2516) เมืองไทยมีเหตุการณ์ใหญ่ที่แผ่นดินนี้ต้องจดจำ การประท้วงของประชาชนสยาม-ไทยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบพันปี ฝ่ายหนึ่งเรียก "ฝ่ายประชาธิปไตย" คือประชาชนโดยมีศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา ที่ได้รับแนวคิดและเบื้องลึกเบื้องหลังจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(และคงจะมีประเทศคอมมิวนิสต์ภายนอกด้วย) กับอีกฝ่ายหนึ่ง คือ "ฝ่ายบ้านเมือง" ซึ่งขณะนั้นเราเป็นเผด็จการเข้มข้นแทบไม่ต่างจากประเทศข้างบ้านวันนี้ นำโดยจอมพลถนอน กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร และกลุ่มทุนที่เกรงภัยคอมมิวนิสต์ (และแน่นอนว่ามีหน่วยงานจัสแมคของสหรัฐอเมริกาคอยประคองหลังอยู่) กลุ่มนักศึกษายกเอาประเด็นต่อต้านเผด็จการ เรียกร้องรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์แทนฉบับชั่วคราวที่ให้อำนาจเต็มแก่รัฐบาลถึงขั้นนายกสั่งประหารชีวิตคนได้เลย หนนั้นฝ่ายบ้านเมืองจับกุมแกนนำ 13 คนไว้ ต่อมาเรียกขานว่า "กบฏ 14 ตุลา" หรือ “13 กบฏรัฐธรรมนูญ” เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในวันที่ 13 ตุลาคม 2516 มีการปราบปรามผู้ชุมนุมทั้งที่ถนนราชดำเนิน และบริเวณใกล้ๆพระบรมมหาราชวัง ฝ่ายประชาธิปไตยบาดเจ็บสูญหายจำนวนมาก ฝ่ายบ้านเมืองมีบาดเจ็บจากการปะทะต่อต้านก็ไม่น้อยต่อเนื่องมาจนวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ท่ามกลางการปราบปรามและสูญเสียของทุกฝ่าย เหตุการณ์ก็สงบลงด้วยการยุติปราบปราม และ ให้ถนอม ประภาส ณรงค์ สละอำนาจ แล้วเดินทางออกนอกประเทศ มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อคลี่คลายปัญหา เหตุการณ์ครั้งนี้เมื่อครั้งยุติใหม่ๆเรียกกันว่า "วันมหาวิปโยค" นานยมาอีกหน่อยเรียก "วันวีรชน" พอหลังๆมานี้ เรียก "วันประชาธิปไตย" หนนี้ฝ่าย "กบฏ" เอาคืนด้วยการเรียกขานฝ่ายกระทำว่า "ทรราช" ซึ่งจะเป็นชนวนให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในกาลต่อมา 

กบฎ 14 ตุลา

ลำปางกับเหตุการณ์ 14 ตุลา 

"กบฏ 14 ตุลา"  หรือ "13 กบฏรัฐธรรมนูญ" หนึ่งในนั้นมี ชัยวัฒน์ สุรวิชัย คนลำปาง บ้านแถวตลาดบริบูรณ์ฯร่วมอยู่ด้วย หนนั้นเป็นนักกิจกรรมตัวยงของ สโมสรนิสิตจุฬาฯ นักกิจกรรมทั้งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และชมรมต่างๆ ของ สจม. และสุดท้าย ได้เป็น นายกสจม.
        หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เขายังดำเนินการด้านเผยแพร่ประชาธิปไตยมาโดยตลอด ที่ลำปางเขาเป็นหนึ่งแกนนำ ได้รวบรวมนักประชาธิปไตยท้องถิ่นอีกมากท่านจัดตั้ง "ศูนย์เผยแพร่ประชาธิปไตย ภาคเหนือ" ขึ้น ที่บ้านหนึ่งย่านถนนทิพย์ช้าง อยู่กลางเมืองลำปาง บางทีศูนย์นี้ก็ทำงานในชื่อ "ชมรมผู้พิทักษ์ประชาธิปไตย ของวีรชน 14 ตุลาคม 2516" งานเผยแพร่และแฉความไม่ประชาธิปไตยทำกันอย่างเบ่งบาน คนหนุ่มสาวยุคนั้นคะนองพลัง "มวลชน" กันอยู่มาก แต่หนุ่มสาวฝ่ายตรงข้ามก็ไม่อยู่เฉย มีพลังหนุนให้จัดตั้ง "กลุ่มกระทิงแดง" "ฟันเฟือง" และระดับชาวบ้านก็จัดตั้ง "ลูกเสีอชาวบ้าน" และ "สตรีอาสา.." และ ฯลฯ ขึ้นมาแก้ลำ ข่มศักย์ ถ่วงกำลังกันอย่างตึงงวด 

        นี่เป็นหนึ่งงานเผยแพร่ 
จากผลงานของกลุ่มจัดตั้งที่ลำปาง แฉความจริงบ้างไม่จริงบ้างของกิจการเผยแพร่ประชาธิปไตย ผู้เขียน(Admin)ไม่มีจุดประสงค์จะให้ร้าย ให้คุณ หรือก้าวล่วงผู้ใด ชื่อบุคคลที่พาดพิงในเอกสารนี้  ล้วนเป็นบุคคลมีเกียรติ ทำคุณความดี (และอาจทำไม่ดีในเอกสารนี้) ผลในกาลนั้น อดีตคณะผู้จัดพิมพ์เผยแพร่เอกสารเองก็ต้องถูกไล่ล่า หนีเข้าป่าไปร่วม พรรคคอมมิวนิสต์ฯ(พคท.) และท้ายสุดได้หันกลับตัวและใจ เข้าเมืองมาร่วมเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หยุดความเสี่ยงที่อาจ "ทำร้ายประเทศ" สหายลำปางที่เคยหนีเข้าป่ากันหนนั้น วันนี้เป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองอย่างน่ายกย่อง เป็นเสาหลักในหลายแง่ประโยชน์
        มิควรอาจถามเรื่องความถูกผิด ภูมิใจ หรือเสียใจ กับอดีตที่ควรอยู่ส่วนอดีตเหล่านั้นอีก เพียงคุณค่าวันวานเหลือ "บทเรียนให้ศึกษา" ก็เท่ากับมันทำหน้าที่ของมันสมบูรณ์แล้ว





 ชัยวัตน์ กลับมาลำปาง แวะเวียนร่วมกิจกรรมกับลำปางรักษ์เมืองเก่า ในรอบหลัง 50 ปีที่ผ่านจำ 

คลิกเพื่อ Download เอกสาร: เปิดหน้ากากฯ

วัดพม่าในเมืองลำปางที่สวยงามบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าเข้าเยี่ยมชมอีกวัดหนึ่ง : วัดศาสนโชติการาม ( วัดป่าฝาง )





        ว้ดป่าฝางจัดสร้างด้วยแรงศรัทธาของคหบดีชาวพม่าเชื้อสายรามัญที่มาจากตระกูลกษัตริย์ที่เข้ามาในยุคการทำธุรกิจป่าไม้ (ไม้สัก )ในเมืองลำปาง "ท่านหม่องส่วยอัต " เฮดแมนของบริษัททำไม้ชาวอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 5 ต้นตระกูล "สุวรรณอัตร " ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของชาวลำปางในสมัยนั้นที่เมืองลำปางได้ชื่อว่า 
" เมืองทันสมัย " ที่เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ทั้งอังกฤษ อินเดีย พม่า จีนและชาวพื้นเมืองในย่านธุระกิจที่ครึกครักรู้จักในนาม"ตลาดจีน"หรือที่ชาวไทยรู้จักดีในชื่อ " กาดกองต้า " ริมแม่น้ำวังบริเวณเดียวกับวัดเกาะวาลุการาม เชิญชมบรรยากาศอันร่มรื่นของวัดป่าฝางที่น่าเข้าไปชมศิลปะพม่าจากเมืองมัณดเลย์ที่หาชมได้ยาก และหากมีโอกาสควรหาโอกาสเข้าไปกราบพระสักครั้งนะครับ














    ได้รับเมตตาจากท่านเจ้าอาวาส (พระพิษณุพล สุวณฺณรูโป ) ชาวแม่เมาะ จังหวัดลำปาง นำกราบพระและชมบริเวณวัดและมอบภาพถ่ายที่สวยงามมานำเสนอแด่ท่านดังปรากฏกับสายตา นอกจากดูแลและทำนุบำรุงศาสนสถานวัดป่าฝางแล้วท่านยังมีความเชี่ยวด้านภาษาล้านนา ( ตัวธรม) เป็นวิทยากรสอนการเขียนการอ่านเป็นอาจารย์สอนทั้งออนไลน์และอ๊อฟไลน์ของวิทยาลัยสงฆ์ จังหวัดลำปางและยังมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ขอเมืองลำปางเป็นอย่างดี แม้ปัจจุบันจะมีท่านเพียงองค์เดียวในวัดป่าฝาง แต่หากได้มานมัสการและร่วมสนทนาแล้วท่านจะได้ความรู้มากมายเลยครับ



























 
   แม้มีเวลาเพียงสั้นๆกับการเข้ามาชมวัดและกราบพระศิลปะพม่าที่สมบูรณ์สวยงามแห่งนี้ก็ถือเป็นบุญที่ไม่อยากให้ท่านพลาดโอกาสและชมวัดพม่าในเมืงลำปางที่เป็นแบบอย่างของวัดป่าที่บรรพชนได้ร่วมกันสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ของอดีตที่รุ่งเรืองของเมืองลำปางอยู่มากว่าร้อยปีแห่งนี้และวัดพม่าในเมืองลำปางอันถือเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจของชาวลำปางและชาวไทยเป็นอย่างดี เชิญนะครับหากท่านมาเยือนลำปางจะได้ซึมซับและเห็นคุณค่าที่หาดูได้ยากของนครลำปาง

*********************************************





















































  
 

            






 
Copyright © 2018 ลำปางรักษ์เมืองเก่า (LPOCC). Designed by OddThemes > Developed by mediathailand