ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เป็นรากเหง้า เป็นตัวตนที่คนรุ่นเก่าก่อนเหลือไว้ให้ แต่ยิ่งนานวันสิ่งที่เหลือก็จางจืด หาประติดต่อขาดตอนกระท่อนกระแท่นตามกาลเวลา มีบุคคล/วีรกรรม ทั้งจริงและในมโนคติอยู่มากหลาย ในที่นี้มีท่านหนึ่ง มีตัวตนจริง เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ล้านนา-อยุธยาอย่างสำคัญ นาม "เจ้าหาญแต่ท้อง" เป็นเจ้าเมือง เป็นจอมทัพ ผู้ยันทัพอยุธยาให้ตรึงอยู่แค่ชายขอบเขต มิอาจให้ใครย่ำล้ำแดนล้านนาเมื่อเกือบ 600 ปีได้ เรื่องราวนับร้อยพันของท่านเล่าขานบันทึกไว้มากมาย และนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งของท่าน ทิ้งไว้ผ่านเวลาให้เราศึกษา "ปางช้างเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง"
ท้าวความ :
คุณปรีชา ชอบจิต เครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่าได้มาปรารภว่า สายสกุลนับถือผีบรรพบุรุษสายเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง มีพิธีไหว้เป็นประจำทุกปี และมีการสืบทอดความรู้ เรื่องปางช้าง หรือ ม่อนช้าง ( ที่ฝึกช้าง และ ที่เลี้ยงช้างของเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง หรือเจ้าหมื่นแก้วนคร เจ้าผู้ครองนครลำปาง ระหว่าง พ.ศ.1985 - 2000 )
ปางช้าง หรือ ม่อนช้าง แห่งนี้มีความสำคัญ เพราะ
1.เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นรูปธรรมของการฝึกช้างเพื่อใช้งานในในด้านต่างๆโดยเฉพาะทางด้านการสงคราม ของเจ้านครลำปาง ซึ่งอาจจะนับตั้งแต่สมัยเจ้าหมื่นลกนครซึ่งเป็นบิดาของเจ้าหมื่นหาญแต่ท้องเป็นต้นมา ทำให้เมืองนครลำปางขึ้นชื่อว่าเป็นขุมกำลังทางทหารที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยล้านนา และด้วยเหตุนี้พระญาติโลกราชจึงต้องอาศัยกำลังทางทหารจากนครลำปางไปปราบปรามผู้คิดร้ายต่อราชบัลลังก์เชียงใหม่ เป็นเหตุให้เจ้าหมื่นลกนครต้องย้ายไปรับตำแหน่งเจ้าหมื่นลกสามล้าน ที่นครเชียงใหม่ เลื่อนเจ้าหาญแต่ท้องขึ้นเป็นเจ้าหมื่นแก้วนครครองนครลำปางแทน และทำนุบำรุงกองทัพช้างซึ่งเป็นกำลังสำคัญของกองทัพเมืองนครสืบต่อมา
2.ด้วยเหตุที่เจ้าหมื่นแก้วหาญแต่ท้อง มีกองช้างที่เข้มแข็ง จึงเป็นกำลังสำคัญในกองทัพของพระญาติโลกราชษัตริย์ล้านนาที่ยิ่งใหญ่ในการศึกสงคราม ตลอดถึงการขยายราชอาณาเขต ทำให้สามารถสะสมโภคทรัพย์จึงทำให้สามารถบูรณะวัดสำคัญของเมืองนคร คือวัดพระธาตุลำปางหลวง และ วัดพระธาตุเสด็จ
3.จากการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันคชบาลแห่งชาติมาร่วมเดินสำรวจ สรุปความเห็นว่า
- น่าจะเป็นที่ฝึกสอนช้างเพื่อใช้งาน ทั้งการศึก และการค้า
- เป็นแหล่งฝึกสอนช้างที่มีหลักฐานแสดงอายุยาวนานมากกว่า ๕๐๐ปี(แห่งแรกคือ แม่ฮ่องสอนอายุกว่า ๑๐๐ ปี )
- ร่องที่อยู่ขนาบคันดินขนาดใหญ่ (กว้าง 8 - 10 เมตร ) ร่องกว้างประมาณ 2 -4 เมตร อาจจะเป็นร่องสอนช้าง หรือ ร่องสะกัดไม่ให้ช้างหลบหนีข้ามไปได้เพราะร่องลึก แคบ และชัน ช้างกลับตัวลำบาก
- สถานที่นี้เป็นทั้งที่ฝึกสอนช้าง และเป็นปางช้าง
- อาจจะมีโป่งเกลือบริเวณที่ลาดด้านทิศตะวันออก (บริเวณที่เล่นฝุ่น)ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสัตว์
- มีป่าไผ่หลงเหลือเป็นหย่อมๆ และมีทุ่งหญ้าที่เป็นแหล่งอาหารของช้าง
>> ครั้งที่ 1 วันที่ 7 สิงหาคม 2567 <<
โดย นายมงคล ถูกนึก และ นายปรีชา ชอบจิต ผู้นำทาง
>> ครั้งที่ 2 วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 <<
การสำรวจปางช้างเจ้าพระญาแก้วหาญแต่ท้อง(ม่อนช้าง) บ้านศรีดอนไชย(ห้วยขี้หมู) ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง โดยเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่า พร้อมกับตัวแทนหมู่บ้าน และ เทศบาลตำบลต้นธงชัย ดังนี้
เมื่อทีมงานสวนโมกขพลาราม(เคยเป็นทีมงานรายการคนค้นคน) มาช่วยถ่ายทำ พร้อมกับโดรนถ่ายภาพทางอากาศ
พร้อมด้วยตัวแทน และผู้เชี่ยวชาญด้านช้าง และ การเลี้ยงช้างจากศูนย์บริบาลช้าง ลำปาง

.jpg)







































.jpg)












